หนังสือ

Samsung’s way วิถีแห่งผู้ขนะ

เขียน โดย Pencil2Pens

ผมว่าหนังสือเล่มนี้น่าสนใจมากครับ ที่น่าสนใจคือเขียนจากเรื่องจริงไม่ใช่ใช้ทฤษฎีเหมือนหนังสือทั่วไปและสามารถนำไปใช้และปฏิบัติได้จริง ใครที่ต้องการประสบความสำเร็จภายใน 5ปีต้องอ่านหนังสือเล่มนี้ครับ

ชื่อหนังสือ “Samsung’s Way  วิถีแห่งผู้ชนะ” โดย ฮยองจิน มุน, จอห์น แปลโดย ภัททิรา จิตต์เกษม สำนักพิมพ์อมรินทร์ How to 2558, ราคา 169 บาท

ไอน์สไตน์เคยกล่าวว่า “คนส่วนใหญ่หวังว่าการใช้วิธีการเดิมๆจะให้ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไป” บางคนอยากประสบความสำเร็จแต่ไม่ได้เปลี่ยนวิธีการทำงานและการใช้ชีวิตกันเลย คุณเป็นคนหนึ่งที่หวังลมๆแล้งแบบนี้ไหม เรามาดูแนวความคิดของ Samsung ว่าทำไมถึงได้ขึ้นมาเป็นบริษัทอันดับหนึ่งภายในระยะเวลาอันสั้น

Samsung ใช้เวลาห้าปีในการสร้างพนักงานหนึ่งคน ที่สำคัญเวลา 5 เป็นเวลาที่ดีที่สุดของพนักงานที่มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้และหลังจาก5ปีแล้วเป็นช่วงเวลาที่พนักงานต้องการที่อยากจะเปลี่ยนงานเป็นที่สุด

ทำไมต้อง5 ปี อ้างอิงจากกฏของ มัลคอล์ม แกลดเวลล์ เรียกว่ากฏ 1,000 ชั่วโมงเพื่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ เราต้องฝึกฝนในเรื่องที่เราอยากจะเชี่ยวชาญวันละ 3 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 ปีเราก็จะเก่งในเรื่องนั้นๆ แต่ถ้าเราใช้เวลาวันละ 6 ชั่วโมงแทน เราจะใช้เวลาภายใน 5 ปี นี่เป็นแนวคิดการทำงานอย่างหนักของ Sumsung

ภายในเล่มแบ่งเป็น 5 part ตามขั้นตอนการทำงานตั้งแต่ขึ้นพื้นฐาน ขั้นที่ 1 เรียนรู้เกี่ยวกับองค์กร ขั้นที่ 2 เรียนรู้ Know-how ให้ทำงานได้เร็วขึ้น ขั้นที่ 3 การทำงานแบบโปรตัวจริง เพื่อความสมบูรณ์แบบและชัยชนะ ขั้นที่ 4 สร้างความสัมพันธ์ในที่ทำงานให้มั่นคง ขั้นที่ 5 เตรียมตัวทำงานเพื่ออนาคต และเอาชนะอุปสรรคทุกรูปแบบ

♥  ฝึกการทำรายงานเพราะเป็นรากฐานในการตัดสินใจและควรเขียนวิธีการแก้ปัญหาไว้ด้วย รายงานที่ดี ต้องมีอะไรบ้างตามหาอ่านในหนังสือนะครับ เดี๋ยวสำนักพิมพ์จะว่าเอา 555

การประชุม ที่ดี มีองค์ประกอบอยู่ 3 สิ่ง เป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ และ กำหนดเวลาที่ต้องเสร็จ ต้องมีการเก็บหลักฐานในการทำงาน เพื่อป้องกันการหลงลืมและป้องกันการปัดความรับผิดชอบของคนที่เกี่ยวข้องได้ บางทีเราต้องตั้งการด์ป้องกันตัวไว้บ้าง

 การแต่งตัวมีผมต่อภาพลักษณ์ขององค์กร อย่าลืมว่าเราต้องติดต่อกับคนสำคัญจากต่างประเทศบ่อยๆ มันจะแสดงภาพลักษณ์ของบริษัท การไม่ติดกระดุมหนึ่งเม็ดใน sumsungถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

 Sumsung มีวัฒนธรรมองค์กรการทำงานที่ไม่มีเวลาแน่นอน รวมถึงทำงานนอกเวลา เพราะธุรกิจมีการแข่งขันที่รุนแรง การที่ทำงานนอกเวลาหมายถึงบริษัทกำลังก้าวในทิศทางที่ดีขึ้นหรือในช่วงที่มีวิกฤติทุกคนก็ทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อให้พ้นวิกฤต

การตรงต่อเวลาเป็นสิ่งสำคัญ แค่สาย3นาทีก็จะถูกตำหนิอย่างรุนแรง เพราะ มันจะแสดงถึงคุณไม่รักษาสัญญา คำพูดคุณก็จะมีน้ำหนักน้อยลงกับลูกค้าและคนในองค์กร

เทคนิคการจัดโต๊ะเพื่อเพิ่มสมาธิในการทำงานและประหยัดเวลาในการหาข้อมูลได้ง่ายขึ้นรวมทั้งเรื่องที่จำเป็นที่ต้องทำก่อน

ทำงานให้เหมือนประทานบริษัท เพื่อให้รู้สึกว่าเราต้องมีความอดทนในการต่อสู้กับปัญหาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ รวมถึงมุมองที่กว้างกว่ากรอบที่เราทำงานอยู่

เมื่อทำงานต่างประเทศรายงานจะเสร็จก่อนเครื่องลงจอด แอร์โฮสเตสจะใช้วิธีนี้ในการสังเกตพนักงานคนไหนของ Samsung ทำไมต้องรีบขนาดนั้น เพราะพนักงานยังมีอารมณ์ร่วมของเหตุการณ์ในขณะนั้น ข้อมูลที่ได้จะสดและสะท้อนเหตุการณ์นั้นได้อย่างละเอียดและไม่ตกหล่น

ลงรายละเอียดถึงของขวัญที่จะให้ลูกค้า มีการจดบันทึกของขวัญที่ให้ในแต่ละครั้ง การให้ของขวัญคล้ายๆกันจะแสดงถึงความไม่จริงใจ รวมถึงกฎการรับของขวัญของแต่ละลูกค้าด้วยว่ารับได้ไม่เกินมูลค่าที่เท่าไร

การแต่งงานถูกใช้มาเป็นเกณฑ์การประเมิณพนักงานแบบไม่เปิดเผย เนื่องจากการแต่งานแสดงถึงความั่นคงเป็นปัจจัยชั้นเลิศในการแสดงถึงศักยภาพ และ ทำให้มีความรับผิดชอบมากขึ้น ความตั้งใจในการทำงานก็มากขึ้นด้วย ใครอายุมากแล้วยังไม่แต่งงานอาจมีผมต่อการพิจราณาในการปรับตำแหน่งด้วย

การไม่สร้างศัตรูและเน้นเรื่องการสร้างสายสัมพันธ์ภายในและนอกองค์กร การให้และการรับ มีความสำคัญในการสร้างสายสัมพันธ์ การให้ต้องมาก่อนการับ give and take  ดูจากภาษาอังกฤษ give ก็มาก่อน take การรับต้องน้อยกว่าการให้เพื่อสร้างสมดุล

ความสามารถพิเศษไม่ใช่แค่ความสามรถในการทำงานหรือภาษาอังกฤษเท่านั้นแต่เป็นแรงขับเคลื่อนจากภายใน ด็อกเตอร์คิมที่จบแค่มัธยมปลายที่ทำงานในแผนกกระจายสินค้า ด็อกเตอร์คิม เกิดวิกฤติที่ต้องถูกย้ายไปแผนกฝึกอบรมเพื่อเตรียมจะถูกไล่ออกซึ่งแน่นอนเขาไม่มีความรู้ที่จะฝึกอบรมพนักงานได้แน่เพราะวุฒิการศึกษาของเขา เขาแก้ปัญหาอย่างไรจน Sumsung ให้ทุนการศึกษาจนจบด็อกเตอร์

วิธีการดูแลเจ้านายและทำงานกับเจ้านายแต่ละแบบ คงไม่มีเจ้านายที่ไม่จู้จี้ใน Sumsung การที่เจ้านายจะทำให้ลูกน้องเคารพ และยอมรับ ตัวเองต้องมีความสามารถในเรื่องงาน ถ้าไม่เก่งงาน การที่ลูกน้องจะยอมรับก็ต้องมีจุดแข้งด้านอื่นคือสายสัมพันธือันดีกับลูกค้าและผู้ร่วมงาน

จากใจผู้อ่าน: มีเทคนิคดีๆอีกเยอะมากครับ อ่านรอบแรกกับรอบสองก็เพิ่มมุมมองและเข้าใจดียิ่งขึ้น ผมอ่านแล้วสร้างแรงบันดาลใจให้ผมได้อีกครั้งหนึ่งครับ ห้ามพลาดนะครับหนังสือเล่มนี้ หนังสือเล่มนี้เหมาะกับผู้บริหารหรือพนักงานที่ต้องการเติบโตในองค์กรของตัวเองอย่างรวดเร็ว ซื้อมาอ่านเถอะเชื่อผมนะไม่ผิดหวังแน่นอน เราจะเหนื่อยวันนี้หรือเราจะเหนื่อยตลอดชีวิตเลือกเอา

ทำไม Pencil2Pens จึงมีเรื่องหนังสือน่าอ่าน: ตอบแบบกำปั้นทุบดินก็ผมชอบอ่านหนังสือด้วย 555 ผู้อ่านคงถามต่อ แล้ว เกี่ยวอะไรกับดินสอปากกา ตอบไม่เกี่ยว แต่ผมอยากให้คนไทยอ่านหนังสือมากขึ้น Singapore อ่าน หนังสือเฉลี่ย 60 กว่าเล่มต่อปี คนไทยอ่านถึงเล่มต่อปีไหม? คนเขียนหนังสือหนึ่งเล่มอาจประสบการณ์ของเขาทั้งชีวิตแต่เราอ่านอาจใช้เวลาแค่หนึ่งวันในการเรียนรู้ประสพการณ์ของเขา คุ้มไหมครับ   คนเก่งเรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเองแต่คนฉลาดเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น

คนรักดินสอและปากกา…. รักหนังสือด้วยนะ                                                                                                                                                                                   www.facebook.com/pencil2pen

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

ประวัติของผู้เขียน

Pencil2Pens

ผู้ดูแลเว็บไซต์ และนักเขียนประจำเว็บ Pencil2Pens สังคมแห่งการแบ่งปัน และเป็นชุมชนของคนรักดินสอและปากกา ขอบคุณทุกคนที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ หรือบ้านหลังเล็กๆ หลังนี้ของพวกเรา